Last updated: 7 ส.ค. 2562 | 3753 จำนวนผู้เข้าชม |
คอลลาเจน (Collagen) คือเส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่ง เป็นองค์ประกอบหลักของผิวหนัง ขน และเส้นผม ช่วยทำให้ผิวหนังคงความเต่งตึง ยืดหยุ่นเรียบเนียน กระชับ อีกทั้งยังเป็นองค์ประกอบของกระดูกอ่อน จึงมีการนำคอลลาเจนไปใช้ในคนไข้โรคข้อเข่าเสื่อมหรือคนที่มีภาวะกระดูกบางหรือกระดูกเปราะ
เมื่อร่างกายของเราเสื่อมลง อัตราการซ่อมสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 2 หรือคอลลาเจนไทพ์ทู (Collagen Type II) ที่พบตามข้อต่อจะทำได้น้อยและช้าลง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงของโรคข้อเสื่อมก็ไม่ได้อยู่ที่อายุมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยอื่นที่ทำให้มีความเสี่ยงโรคข้อเสื่อม ได้แก่
- เพศหญิง จะมีความเสี่ยงเป็นโรคข้อเสื่อมได้มากกว่าเพศชายถึง 2-3 เท่า เพราะเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) น้อยลงหรือไม่ผลิตอีกเลย ส่งผลให้เซลล์กระดูกอ่อนที่มีตัวจับกับฮอร์โมนเพศหญิงชนิดนี้ทำงานน้อยลง ทำให้การสร้างโปรติโอไกลแคน (Proteoglycan) ที่ใช้ซ่อมแซมเซลล์กระดูกอ่อนลดลงไปด้วย
- น้ำหนักตัวมาก ทำให้ข้อต้องรับน้ำหนักมาก ความแข็งแรงของข้อจึงเสื่อมลงได้ง่าย
- ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า เกิดจากอุบัติเหตุหรือการออกกำลังกายมากกว่าปกติ เช่น ข้อเข่าแตกหรือเอ็นข้อเข่าฉีก ซึ่งจะมีโอกาสเกิดโรคข้อเสื่อมได้ง่ายกว่าปกติ
- กระดูกอ่อน (Cartilage) เสียหายหรือเสื่อม จึงเกิดอาการเจ็บปวด
- การใช้งานข้อผิด หนักเกินไป เสียดสีมากเกินไป เช่น นั่งพับเพียบ นั่งยอง ๆ บ่อย ๆ หรือเป็นเวลานาน รวมทั้งพฤติกรรมการใส่รองเท้าส้นสูง
- พันธุกรรม
สำหรับผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้ที่มีความเครียด ผู้ที่สูบบุหรี่ มักจะได้รับคอลลาเจนที่ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย เหี่ยวย่น ไม่เรียบเนียนและเกิดริ้วรอยได้ เมื่อร่างกายขาดความยืดหยุ่น บริเวณข้อต่อก็จะเริ่มไม่แข็งแรงตามไปด้วย
เลือกคอลลาเจนบำรุงข้อ
คอลลาเจนชนิดที่ 2 หรือคอลลาเจนไทพ์ทู (Collagen Type II) พบมากในอาหารประเภทกระดูกของสัตว์ โดยเฉพาะไก่ ซึ่งเหมาะสำหรับ การสร้างกระดูกอ่อน ทำให้คอลลาเจนประเภทนี้เป็นประโยชน์ต่อข้อต่อ ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านความชรา
ความปลอดภัยในการใช้คอลลาเจนชนิดที่ 2
การใช้คอลลาเจนชนิดที่ 2 ค่อนข้างมีความปลอดภัยหากใช้รับประทานไม่เกินวันละ 2.5 มิลลิกรัม เพื่อให้ร่างกายดูดซึมในปริมาณที่เหมาะสม เคยมีรายงานว่าผลิตภัณฑ์จากคอลลาเจนชนิดอื่น ๆ เช่น คอลลาเจนจากผิวหนังของลูกวัว (Bovine Collagen) และเจลาติน ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ ซึ่งการใช้คอลลาเจนชนิดที่ 2 หรือคอลลาเจนไทพ์ทู (Collagen Type II) มีข้อระวังในการใช้นะคะ
- การใช้ปริมาณมากอาจมีผลข้างเคียง ได้แก่ คลื่นไส้ ท้องผูก ท้องเสีย แสบร้อนกลางอก ง่วงซึม ปวดศีรษะ และอาการแพ้ที่ผิวหนัง
- หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรไม่ควรใช้ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอ
- ผู้ที่มีอาการแพ้ไก่หรือไข่ควรหลีกเลี่ยงการใช้คอลลาเจนชนิดที่ 2 เพราะอาจไปสู่อาการแพ้ได้เช่นเดียวกัน หรือจะเลือกกินโปรตีนที่ย่อยง่าย ปลาแซลมอน ทูน่า ปลาทู ปลาซาร์ดีน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของแคลเซียม และวิตามินดีก็ได้ค่ะ
ด้วยคุณสมบัติเสริมสร้างความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง ทำให้ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม beauty7days อยากให้ทุกคนสังเกตปัญหาเรื่องข้อต่อและกระดูกต่างๆ เพื่อป้องกัน รักษาตัวเองให้ห่างไกลโรคข้อเสื่อม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate
30 ต.ค. 2562
26 ก.ย. 2562
24 ก.ย. 2562
3 ต.ค. 2562